Get Adobe Flash player
 
Home » Exhibition » IMPACT Muang Thong T... » BOI Fair 2012
BOI Fair 2012 Share   
 

ไปเดินงาน BOI Fair มาคะ ตอนแรกก็แปลกใจตัวเองนะ ว่าไปทำไม งานไม่น่าจะตรงกับเคมีของ AKANEK ที่คุยกันเรื่องบ้านเลย เท่าที่ทราบ งานนี้จะเป็นงานทีเกี่ยวกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในเชิงอุตสาหกรรมอะไรเทือก นั้น แต่ที่ปีนี้ตัดสินใจไปก็เพราะธีมงาน “Going Green for the Future” น่าจะมีอะไรที่สนใจบ้าง พอได้ไปเดิน ไปดู ไปเห็น ไปเรียนรู้มันแล้ว ก็ได้คำตอบเลยว่า งานนี้มันเรื่องใกล้ตัวเราดีๆ นี่เอง 

ส่วนจัดแสดงงานทั้งหมดแบ่งเป็น indoor exhibition ซึ่งเราไม่ขอพูดถึงเพราะเรื่องของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งนั้น แต่ที่จะเล่าให้ฟังจะเป็นส่วนการจัดแสดง outdoor exhibition กินพื้นที่รอบๆ ทะเลสาบ โดยมี Pavilion ของบริษัทชั้นนำของประเทศ แต่ละบริษัทฯ ก็ขนเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่อุบเงียบกันมาโชว์กันอย่างคึกคัก ซึ่งแต่ละรายก็จะเน้นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือแนวคิด ที่ถนุถนอมธรรมชาติกันมากขึ้น

ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเทคโนโลยี่ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ที่อยู่อาศัยที่ปรับให้เหมาะกับภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ จนไปถึงเรื่องของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ยานยนต์ พลังงานรูปแบบต่างๆ นำเสนอผ่านเทคนิคสื่อผสมบ้าง วีดีโอ 3 มิติบ้าง 4 D บ้าง บาง Pavilion ให้ทั้งเสียง ภาพ สัมผัสและละอองน้ำ

ใช้เวลาเข้าชมแต่ละ Pavilion ประมาณ 30 นาทีเห็นจะได้ แต่ถ้าเห็น Pavilion ไหนคนต่อแถวยาวๆ ก็เลี่ยงไปเดินดู Pavili0n อื่นก่อนจะได้ไม่เสียเวลา เพราะงานนี้ ถ้าคิดจะเดินให้ครบทั้งโซน วันเดียว....ไม่พอ

ช้างน้อย สัญลักษณ์ของงาน BOI Fair 2012

และด้วยพื้นที่จัดงานกินพื้นที่กว้างมากๆ ถ้าเดินทุก Pavilion คงจะไม่รอด ต้องพึ่งรถรับส่งภายในบริเวณงานจะสบายกว่า นั่งพักขาชมวิวไปเรื่อยๆ แต่รถรับส่งภายในงานจะวิ่งวนเฉพาะในงานเท่านั้นจะไม่วิ่งออกไปด้านนอกงาน อย่าเข้าใจผิดล่ะว่าจะพาคุณไปส่งที่ challenger hall ถ้าจะไป challenger hall ต้องออกไปรอรถบริการตรงทางเข้างานคะ

ถึงจะเป็นงานที่จัดขึ้นมาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ แต่สำหรับคนทั่วๆ ไปแล้วก็ถือว่าเป็นงานที่น่าไปเดินเลยทีเดียว (ยกเว้นว่า อากาศร้อน ไปหน่อย อย่าลืมพกร่ม หมวกหรืออุปกรณ์กันแดด หรือพัดติดมือไปด้วยจะได้คลายร้อนได้ ) เพราะเราจะได้พบกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่วนเวียนอยู่กับชีวิตประจำวันของ เราและจะเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน

แต่จุดที่รู้สึกว่าต้องปรับปรุง คือเรื่องห้องน้ำที่หลบซ่อนได้มิดชิดมาก จำนวนห้องและจุดมีครอบคลุมบริเวณดี แต่.... กว่าจะเดินไปถึงห้องน้ำก็แทบแย่ ไกล และป้ายหรือสัญลักษณ์บอกทางไปห้องน้ำก็ไม่ค่อยเห็น (ถ้าไม่มีคู่มือแผนผังจัดงานอยู่ในมือคงต้องอาศัยถามเอาดาบหน้าแน่ๆ )

ควรมีแผนผังจัดงานติดมือไว้

เรื่องลานจอดรถก็น่าจะเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องเกิดแน่ๆ โดยเฉพาะในช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะลานจอดรถในโซนริมทะเลสาบถูกแบ่งพื้นไปเป็นพื้นที่จัดงาน เหลือลานจดรถกะจากสายตาไม่น่าเกิน200-300 คันเท่านั้น ถ้าขับรถไปอาจจะไปจอดรถตามจุดรับส่งต่างๆ ภายในอิมแพคแล้วขึ้นรถ รับส่งภายในงานเข้าไปจะสะดวกกว่า แต่ ขากลับค่อนข้างมีปัญหา รอรถรับส่งนานกว่าจะมาสักคัน หรือจะหนีไปเดินไปตาม skywalk ทะลุไป challenger hall เองก็ระยะทางเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะริมทะเลสาบนั้นอยู่ลึกเข้าไปจาก challenger Hall ไม่น้อย ถ้ามีลูกเด็กเล็กแดงหรือผู้สูงอายุ skywalk อาจจะไม่เหมาะ งานเริ่มกันตั้งแต่ 10.00 ไปจนถึง 22.00น. อาจจะเลือกไปช่วงเย็นๆ แทนตอนกลางวันก็ดีนะคะ ไม่ร้อนมาก เดินสบาย ได้เห็นแสงสีภายในงานตอนกลางคืนด้วย ว่ากันว่าสวยเลย

สาธยายมาจนยืดยาว เดี๋ยวจะเบื่อกันไปก่อน ไปดู Pavilion กันเถอะ คัดมาเฉพาะที่น่าสนใจและเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุด

Pavilion แรก เป็นของ Royal Pavilion นำเสนอพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง น้ำ ดิน ป่า

และนิทรรศการข้าวด้านนอกอาคาร จำลองเป็นสระหรือบ่อน้ำ ปลูกผักตบชวาตามที่ทรงแนะนำไว้ว่า รากของผักตบชวา สามารถดูดซับเอาสิ่งสกปรกและโลหะหนักที่ปนอยู่ในน้ำเสียได้ ทำให้น้ำเสียกลับเป็นน้ำดีได้ เป็นเครื่องบำบัดน้ำเสียที่ไม่สิ้นเปลืองพลังงานหรือเงินทองเลยสักบาท แถมยังให้ดอกสวยๆ กับเราอีก

 

ดอกผักตบชวาอดีตวัชพืชในแม่น้ำลำคลอง ปัจจุบันคือเครื่องบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติ

ใครไม่เคยเห็นข้าวที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้ว่ากว่าจะมาเป็นข้าวในจานได้ ลองแวะมาดูนิทรรศการข้าวหายาก ที่จัดอยู่ด้านหลังของ Pavilion ได้ มีข้าวชื่อแปลกและชื่อที่เราคุ้นหูแต่ไม่เคยเห็นในสภาพที่เป็นข้าวเปลือก หรือข้าวที่ยังไม่สีมาก่อน

เคยได้ยินแต่ชื่อ ได้เห็นของจริงก็วันนี้นี่เอง

SCG ชื่อนี้รู้กันอยู่แล้วว่า เขาจะมีอะไรดีๆ มาอวดเราอยู่เสมอ โดยเฉพาะนวัตกรรมเรื่องที่อยู่อาศัย อย่าง Shield Life ที่พักชั่วคราวผู้ประสบภัยที่ทำจากเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (PE) รูปร่างคล้ายเมล็ดข้าว สามารถอยู่ได้ 1 คน ข้างไหนมีไฟแสงสว่างที่ได้จากแบตตารี่พลังงานแสงอาทิตย์ คงทนแข็งแรง ทนแดดทนฝนดีกว่าเต็นท์

แข็งแรงกว่ากางเต็นท์

 

นอนคนเดียวกำลังสบายเลย

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญใจตรงกันหรือเปล่าว ที่ SCG ทำ Home care บ้านที่คนทุกวัยสามารถอยู่ร่วมกันได้ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุและผู้พิการ AKANEK เองก็กำลังเตรียมเขียนเรื่องนี้อยู่พอดี

ส่วนชิ้นนี้ เป็น คอนกรีตบลอคโปร่งแสง ที่จะมาช่วยให้บ้านที่ไม่มีหน้าต่างแต่ก็มีแสงสว่างเพียงพอได้โดยไม่สิ้น เปลืองค่าไฟ และยังน้ำหนักเบากว่าผนังคอนกรีตตัวเอง เห็นว่าก่อนหน้านี้ต้องนำเข้าสถานเดียว ซึ่งราคาแพงจนไม่มีใครสนใจ แต่ตอนนี้ทาง SCG กำลังพัฒนากันอยู่ที่สระบุรี คิดว่าไม่กลางปีนี้ก็ปลายปี คงจะออกมาให้เราได้ใช้กัน

พอมี่แสงสว่างผนังก็จะโปร่งแสง สว่างขึ้น แต่พอแสงหมดก็มืดทึบ

Thai Pavilion นำเสนอผลงานออกแบบของคนไทย ที่หยิบเอาวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์จนได้เป็นชิ้นงานในระดับนานาชาติ

โยธกา ทำม้านั่งจากใยสัปปะรด แข็งแรงทนทาน

Hitachi Pavilion จัดโชว์นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ประหยัดพลังงานมากขึ้นและเพิ่ม ความรวดเร็วสะดวกสบายมากขึ้น ที่สำคัญ คนที่เข้าชมใน Pavilion ยังมีสิทธิ์ลุ้น ตู้เย็นทองคำ side by side ตู้นี้กลับบ้านไปด้วย

Panasonic Pavilion มากับแนวคิด Eco Town แต่ที่สะดุดตาที่สุดก็ตรง มุมรำลึกความหลังกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหน้าตาคุ้นๆ สมัยเด็ก อย่าง TV รุ่นที่ตัวเครื่องทำจากไม้ (แอบบอกว่าที่บ้านก็มีและยังเก็บไว้ ใครขอซื้อก็ไม่ขายด้วย)

Daikin ทำให้เราได้อมยิ้มกับไอเดียดีๆ ที่สร้างมุมพักผ่อนของพนักงานในโรงงานผลิต ได้ปั่นจักรยานออกกำลังกายผ่อนคลายความเหมื่อยล้าและยังเป็นการรดน้ำต้นไม้ ไปในตัว ได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ น่าเอาเป็นตัวอย่างดีเหมือนกัน

วันนี้พอแค่นี้ก่อน ยังเหลือ Pavilion อีกเยอะที่ยังไม่ได้ไปเยือน แล้วจะทยอยอัพเดทเพิ่มเติมเรื่อยๆ นะคะ

 
 
  Activity Calendar
No Time Schedule Date
No Entry
 
Floor Plan 400 Booth | Download Floor Plan
         
         
There is no booh for this exhibition
 
 
BOI Fair 2012
Open 5 Jan 2012
Finish 20 Jan 2012
Location IMPACT Muang Thong Thani
Exhibitor ARIP
Time